ทุกคนควรจำคือ "การพัฒนาม้าล่อให้มีเลือดนิ่งนับว่าทำได้ยาก" เพราะประสบการณ์ 5-7 ปีที่ทำมานี้เรามักจะประสบปัญหาที่สำคัญในการพัฒนาม้าล่อคือ 1. เราควบคุมลีลาที่สวยงามของม้าล่อทุกตัวไม่ได้ ใน1 คอก หากมีตัวผู้สัก 3-4 ตัว จะมีล่อมาตรฐาน 1 ตัว คือลีลาได้ลูกตีได้ ความเร็วได้ ความคมได้ ความถี่ได้ แต่อีก 2-3 ตัว จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือหลายสิ่ง และมีบางตัวอาจจะไม่ล่อหรือล่อไม่จริง สาเหตุสำคัญที่เป็นเช่นนี้ น่าจะเกิดจากสายพันธุ์เรายังไม่นิ่งพอ เพราะตัวพ่อที่เรานำมาข้ามหรือต่อยอดมีจุดด้อยบางประการที่เราควบคุมไม่ได้ เพราะเราเน้นซื้อสายเลือดอื่นเข้ามาเราไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าปู้ย่าตายาย ทวด เทือกเถาว์เหล่ากอล่อลักษณะใด สมบูรณ์แบบไหม ตัวพ่อที่เราได้มาอาจเป็นพันธุ์ทาง ซึ่งไม่สามารถถ่ายทอดลักษณะเด่นที่ดี ๆ ได้ นี่คือปัญหาการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่แก้ไขได้ยากและต้องใช้เวลานาน ถ้าเราเลือกพ่อม้าล่อที่ดีมีพันธุกรรมเด่นมาต่อยอดได้ แน่นอนว่าเราจะประสบความสำเร็จง่ายกว่า ซึ่งนั่นต้องอาศัยโชควาสนาช่วยด้วย 2. การยืนพื้นด้วยแม่พันธุ์สายม้าล่อเป็นหลักเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ที่สุด นี่คือข้อสรุปของการพัฒนาสายพันธุ์ม้าล่อ เพราะแม่พันธุ์ที่ลงเหล่าแล้วจะสามารถถ่ายลักษณะม้าล่อออกมาเรื่อย ๆ แม้ว่าเราจะเพราะกับพม่าสายอื่นก็ตาม แต่ปัญหาที่มักพบเมื่อเราเอาแม่ม้าล่อใส่กับพ่อม้าล่อที่เรานำเข้ามาใหม่ใน ฟาร์มคือ ลูก ๆ มักจะล่อเกินกว่าที่เราต้องการเช่นวิ่งมากไปไม่กลับมาตีไก่ วิ่งโดดสังเวียน วิ่งไปไม่กลับกลัวแพ้ไปเลยก็มี ดังนั้นต้องเลือกเหล่ากอดี ๆ นะครับต้องมั่นใจก่อน 3. ถ้าต้องการม้าล่อแจ่ม ๆ เลยโอกาสทำได้คือพัฒนาเป็นพม่าเลือดสูง ๆ ตัวเล็ก ๆ ครับ คือให้เลือดพม่าเกิน 75 ขึ้น ถึง 100 เพราะความเป็นม้าล่อมันเกิดจากความฉลาดในสายเลือด พอเราพัฒนาเติมเลือดอื่นเข้าไปผลก็คือมันอืดครับ โอกาสเป็นม้าล่อดี ๆ ยากครับ ดังนั้นม้าล่อดี ๆ ตัวใหญ่ ๆ จึงทำยากครับ สรุปคือถ้าท่าน จะทำม้าล่อตัวใหญ่ ๆปัญหายังจะมีให้เราปวดหัวอยู่ต่อไปครับ ยังทำไม่ได้ไม่นิ่ง แต่ถ้าเรายืนแม่สายเหล่าม้าล่อไว้พัฒนาโดยเติมเลือดอื่นไปเรื่อย โอกาสจะได้ม้าล่อมาเชยชมทุกปีเป็นไปได้สูงครับ
พ่อพันธุ์ม้าล่อที่ต้องแสวงหาและอนุรักษ์คือ 1. รอยดีขนาดควรจะไม่ต่ำกว่า 2.8 ในวัยหนุ่มนะครับ เพราะส่วนมากติดเล็กพัฒนายากมาก คือถ้าเล็กมากเราอยากให้มันโตเอาไปใส่สายอื่นพอมันโตทำให้ลีลาหายไปหมดครับ จึงถือว่าพัฒนายาก 2. ลีลามาตรฐานคือ วิ่งสั้นหรือยาวก็แล้วแต่ จังหวะกลับตัวต้องออกแข้งเปล่าทันทีถือว่ามีมาตรฐานครับ จะพัฒนาง่ายกว่าพวกวิ่งและจังหวะกลับไม่ออกแข้งเปล่า เพราะลูกตีที่สุดยอดของม้าล่อคือ จังหวะกลับตัวนี่หละครับแข้งเปล่าดี ๆ แม่น ๆ อาจจะไม่ถี่นักก็ได้แต่ออกสม่ำเสมอแม่น แบบนี้สยบทุกชั้นเชิง ถ้าวิ่งแล้วกลับมาจับตีแบบนี้เอาไว้เลือกเป็นทางเลือกสุดท้านนะครับ 3. เจ้าเล่ห์หน่อยจะดี คือวิ่งมีหลอกมีล่อ ไม่ใช่ตั้งหน้าวิ่งอย่างเดียว แบบนี้ก็ไม่ดครับเอาไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย 4. รูปทรงต้องสมส่วนนะครับอย่าสูงอย่าเตี้ยเกินไป ไก่ม้าล่อที่เป็นเลิศรูปทรงจะงามครับ พวกเตี้ยวิ่งจะใช้กำลังมาก พวกขายาวเกินกวิ่งหมดแรงง่ายครับ 5. ล่อทั้งตระกูล คือสืบเหล่ากอแล้วว่าล่อจริง ไม่ใช่ล่อเฉพาะตัว ถ้าสายล่อจริงมักให้ลูกเป็นม้าล่อครับ
ผลการพัฒนาม้าล่อที่ออกมาไม่เป็นที่พอใจมักจะมีลักษณะดังนี้คือ 1. ล่อใกล้คู่ต่อสู้เกินไป เขาจับตีได้ง่าย 2. ล่อยาววิ่งไม่คิดชีวิต ออกนอกสังเวียนไปเลย 3. ล่อแล้วไม่มีแข้งเปล่าหันกลับมาตบ 4. ล่อช้าเขาไล่ทัน ฯลฯ สาเหตุสำคัญของปัญหาเหล่านี้เกิดจากอะไร พอสรุปได้คือ เป็น การผสมข้ามสายพันธุ์ คือมีสายเลือดอื่นที่ไม่ใช่ไก่พม่าปนอยู่มากทำให้ชั้นเชิงการล่อไม่สมบูรณ์ เพราะไก่สายพันธุ์อื่นนอกจากพม่าแล้วมีชั้นเชิงแบบม้าล่อน้อยหรือแทบไม่มี เลย ถ้ามีก็เป็แบบม้าล่อยาว ดังนั้นการพัฒนาสายม้าล่อโดยมีเลือดอื่น ผสมอยู่มาก ๆ จึงพบโอกาสสำเร็จได้น้อยไม่ถึง 10% ซึ่งในแง่การพัฒนาสัตว์ถือว่าล้มเหลว แต่ในทางปฏิบัติ ชั้นเชิงอื่นที่ไม่ใช่ม้าล่อที่ออกมาก็อาจจะเป็นทางเลือกในการเลี้ยงชนได้ อย่างเหมาะสม อันนี้อย่ามองข้าม เพราะลึก ๆ เราต้องการไก่ชนที่เหลี่ยมพอเอาตัวรอดแต่แผลดีตีเร็วเป็นฐานอยู่แล้ว ส่วนถ้ามันมีม้าล่อปนออกมาก็ถือว่าเป็นความสำเร็จทางพันธุกรรมของนักบรีด
ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของการพัฒนาม้าล่อ หรือม้าล่อเก่ง ๆ เป็นอย่างไร ก็มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาดังนี้ครับ 1. ต้องเป็นไก่ไม่เข้าไก่ เป็นเชิงหลัก ม้าล่อส่วนหนึ่งมักจะเดินเข้าหาไก่ ซึ่งก็อันตรายเมื่อเจอกับพม่าประเภทไม่เดิน ซึ่งจะไม่มีโอกาสได้ล่อนะครับ นี่คือจุดอ่อนประการแรก ถ้าเจอไก่เชิงไม่เป็นไรพอมีโอกาสได้ล่อครับ 2. ต้องออกวิ่งเร็ว จังหวะการออกวิ่งต้องดี คือเวลาจะออกวิ่งมีช่องวิ่งถึงออกวิ่ง ไม่ใช่วิ่งตะพึด แบบนั้นไม่ดี บางตัวจังหวะออกวิ่งไม่ดีจะโดนคู่ต่อสู้ตีก่อนวิ่งทุกที แสดงว่าเขาชิงหาจังหวะวิ่งไม่ดีครับ 3. แข้งหน้าต้องดี จังหวะหันกลับแข้งเปล่าต้องดี ไม่จำเป็นต้อถี่ แต่ต้องแม่นและหวังผลได้ ม้าล่อเก่ง ๆ จังหวะหันกลับคือไม้เด็ดในการปราบคู่ต่อสู้นะครับ ดังนั้นถ้าท่านเจอม้าล่อที่กลับตัวเปล่าเจ็บ ๆ รีบอุ้มเลยครับส่วนมากไม่ผิดหวัง 4.ร่างกายแข็งแรง ดูการวิ่งแล้วปอดใหญ่นะครับ ประเภทวิ่งแล้วห่มผ้าไปด้วยแบบนั้นไปได้แค่เงินพันครับหรือสนามร่มมะม่วง ครับ สนามใหญ่คงไม่ถึง 5.ถ้าจังหวะวิ่งมีวนซ้ายขวาหรือโยกกลับตัวออก ซ้ายออกขวาถือว่าวิ่งสวยครับ ถ้าวิ่งทางเดียวพอใช้นะครับ ตัวเก่งวิ่งเป็นตัวเอสทีเดียว อย่างเจ้ากระดุมทอง
คำถามที่ว่าพม่าม้าล่อตัวเมียมีลีลาล่อหรือไม่นั้น เท่าที่สังเกตจากการเพาะพัฒนามายาวนานพบว่าพม่าม้าล่อสายตัวเมีย มีบางตัวล่อเหมือนตัวผู้ครับ แต่บางตัวไม่ล่อ แต่สามารถบอกลีลาการตีพื้น ๆ ได้เท่าที่สังเกตคือ มักจะตีเหมือนพม่าทั่วไปแต่ที่สังเกตจะมีลีลาออกเอียงหรือเอียงข้างตีนะครับ มีเอียงข้างซ้ายมีเอียงข้างขวา เหมือน ๆ มันจะล่อแต่ยังไม่ใช่ล่อครับ ถ้าเจอตัวเมียแบบนี้ลองเอาใส่พ่อม้าล่อนะครับ มักจะมีลูกออกมเป็นม้าล่อ ส่วน ตัวเมียที่ออกเชิงชนเป็นม้าล่อเมื่อเวลาชนก็จะออกวิ่ง ๆ ครับ วิ่งหลบซ้ายขวาเป็นตัวเอสทีเดียว แต่ผมมีตัวเมียสายหมูบเทพตัวหนึ่งเห็นชนตอนมีลูกคอกแรก มันจะออกม้าล่อเลยครับ แต่คอกหลัง ๆ ไม่ออกล่อครับ เป็นชนธรรมดา หรือมันเป็นเพราะเปลี่ยนตัวที่ชนด้วก็ไม่ทราบ แต่ให้ลูกถ้าใส่พ่อม้าล่อจะออกล่อทุกคอกครับ สิ่งที่เราควรคำนึงใน การแสวงหาและพัฒนาม้าล่อคือเรื่องตระกูลและจิตใจนะครับอย่าลืมข้อนี้ บางเหล่าล่อดีสวยงามแต่ไม่กล้าเอาออกชนไม่กล้าใส่เดิมพันแบบนี้ก็เลี้ยง เปลืองข้าวเปล่าครับ อนาคตม้าล่อดี ๆ จะเป็นตัวทำเงินครับ และจะเป็นเจ้าสังเวียนที่แท้จริงแน่นอน เรารเวลาทำเลือดนิ่ง ๆ อีกสักหน่อยเราจะเห็นความสมบูรณ์ที่ลงตัวแน่นอนผมเชื่อว่าเช่นนั้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น